Panorama คืออะไร


 

Panorama คือ ภาพถ่ายที่ถ่ายเป็นชุดมาเรียงต่อๆกัน รวมเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว ความยากง่ายของภาพถ่ายพาโนรามาขึ้นอยู่กับระดับราคาและเทคโนโลยีของบริษัทกล้องดิจิตอลนั้นๆ
โดยกล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพ Panorama ได้ง่ายๆนั้นมักเป็นเทคโนโลยีของกล้องคอมแพค หรือกล้องขนาดเล็ก

 

ภาพถ่าย Panorama ได้จากการใช้เทคนิคดังต่อไปนี้

1. ภาพที่ถ่ายมานั้น กล้องจะรวมภาพที่ถ่ายเป็นชุดแล้วเรียงต่อกันในตัวกล้องเลย 
2. ถ่ายภาพเป็นช่วงๆ ( มักเป็นกล้องแคมแพครุ่นล่างๆ )
3. ถ่ายแล้วนำมาต่อในโปรแกรม 


 

·  ปรับช่วงเลนส์ไปที่ระยะกว้างสุด
·  หาจุดถ่ายที่เป็นแนวยาว มีความเข้มแสงที่ไม่ต่างกันมาก
·  จุดยืนต้องมั่นคง 
·  ไม่ควรถ่ายในที่มีการเคลื่อนไหว 
·  การถ่ายแต่ละครั้งไม่ควรทิ้งเวลาไปนานๆ เพราะความต่างแสงจะเปลี่ยนไป

 

จุดเด่นอย่างนึงของสมาร์ทโฟนที่พวกกล้อง Compact หลายๆ ตัวเขาทำไม่ได้ก็คือ การถ่ายภาพแบบพาโนรามาครับ (ผมใช้คำว่าหลายๆ ตัว เพราะบางรุ่นมันก็ทำได้นะ) การถ่ายภาพพาโนรามานั้น จริงๆ ก็คือ การถ่ายภาพหลายๆ ภาพ แล้วนำมาต่อกันแบบเนียนๆ ด้วยซอฟต์แวร์ สมัยก่อนแม้แต่ระดับ Flagship ก็จะถ่ายได้ประมาณ 8 ภาพ แล้วนำมาต่อกัน ได้ภาพขนาดที่ไม่ใหญ่มาก (ขนาดของภาพใหญ่สุดจะใกล้ๆ กับจำนวนพิกเซลสูงสุดที่กล้องดิจิตอลด้านหลังถ่ายได้ แต่ปัจจุบันพวก Flagship จะสามารถถ่ายภาพแบบต่อเนื่องได้มากขึ้น ทำให้การต่อภาพพาโนรามาทำได้เนียนมากขึ้นด้วยแล้ว แต่พอพูดถึงพาโนรามาแล้ว ทุกคนก็จะนึกถึงการถ่ายภาพพาโนรามาในแนวนอน เพราะช่วยให้ได้เห็นภาพทิวทัศน์ได้แบบเต็มๆ มาก แต่เพราะแบบนั้นนั่นแหละครับ เลยทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Fixate หรือ ยึดติด ว่าถ่ายพาโนรามามันถ่ายแนวนอนเท่านั้น ตรงนี้ส่วนนึงก็เป็นเพราะ User Interface ด้วยแหละ ที่เวลาเข้ามาในโหมดนี้แล้ว จะบอกให้ผู้ใช้งานเลื่อนกล้องไปทางซ้ายและขวาซะเป็นส่วนใหญ่

 

 

จริงๆ แล้ว พาโนรามาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถ่ายแนวนอนนะครับ เราสามารถถ่ายในแนวตั้งได้ด้วย เพียงแต่ว่าสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น อาจจะต้องมีการตั้งค่าอะไรที่แตกต่างกันออกไปบ้างนะครับ

พาโนรามาแนวตั้ง เก็บภาพได้เต็มๆ กว่า เผื่อใครอยากหาเหตุผลว่า ทำไมต้องถ่ายพาโนรามาแนวตั้ง(วะ) อันดับแรกสุดเลยก็คือ เพราะบางครั้งสถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวยให้เราถ่ายภาพแบบชนิดเก็บได้ครบทุกรายละเอียดภายในเฟรมเดียวน่ะสิครับ เอ้า! ตัวอย่างง่ายๆ นะครับ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ที่วงเวียนโอเดียน ใหญ่มากมาย กล้องเก็บภาพไม่หมดอยู่แล้ว … Samsung Galaxy Note 4 ที่ผมใช้ถ่ายตัวอย่างนี่ เลนส์ไม่ค่อย Wide เท่าไหร่ ถ้าถ่ายระยะประชิด บอกได้เลย ต้องเลือกถ่ายเฉพาะจุดแบบนี้ครับ

 

แน่นอนว่า ถ่ายมาแบบนี้ มันก็ไม่เวิร์ก จริงปะล่ะ มันไม่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่เลย ฉะนั้น อยากเห็นแบบเต็มๆ ก็คงต้องถอยออกมาห่างๆ หน่อย ทีนี้ข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมก็ออกมาแล้ว รอบๆ ซุ้มประตูมันเป็นถนนครับ รถยนต์วิ่งขวักไขว่มาก จะไปยืนตรงกลางถนนเพื่อถ่ายซุ้มประตูแบบเต็มๆ เฟรมเป็นไปไม่ได้เลย ก็ต้องถอยออกมาไกลๆ ยืนตรงริมฟุตบาธแล้วถ่ายภาพ แต่ก็อีกนั่นแหละ รถยนต์วิ่งไปมา ก็ต้องติดภาพรถยนต์เข้าไปบ้าง ภาพออกมาไม่สวยเท่าไหร่ จริงไหม

 

แต่เมื่อผมเปิดโหมดพาโนรามาของ Samsung Galaxy Note 4 (จริงๆ ยี่ห้ออื่นก็มีนะ พอดีผมใช้ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ ก็เท่านั้น แต่คุณภาพของภาพถ่าย ก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละรุ่นครับ) ผมก็สามารถถ่ายซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ได้จากระยะใกล้ๆ เลยครับ ไม่ต้องเดินไปไหนไกล

 

 

แน่นอนว่า เมื่อถ่ายระยะใกล้ๆ ได้ ก็มีโอกาสได้ลองหลายๆ มุม หรือ หลายๆ จังหวะ เช่นสองรูปด้านบน ถ้าผมอยู่ใกล้ๆ หน่อย ก็จะได้ภาพสีสันคมๆ ครึ้มๆ หน่อย แต่พอผมถอยออกมาครึ่งก้าว ผมก็จะได้ภาพดวงอาทิตย์อยู่ตรงมุมขอบด้านบนของซุ้มประตูพอดี ได้ Flare จากแสงอาทิตย์มาก็สวยไปอีกแบบ (แต่แสงในภาพอาจจะออกดู Over exposure ไปนิด พอดีแฟนยืนรออยู่ตรงฟุตบาธ เลยไม่อยากให้รอนาน ไม่มีเวลาปรับ Exposure Value อีกรอบ เพื่อถ่ายแก้ แต่ก็เพียงพอกับการนำมาใช้เป็นตัวอย่างแล้วล่ะ)

 

 

สมาร์ทโฟนบางรุ่นบางยี่ห้อ จะถ่ายพาโนรามา​ (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน) ได้ง่ายกว่ายี่ห้ออื่น เช่น Oppo N3 ที่เพิ่งเปิดตัวไป มีคุณสมบัติกล้องหมุนได้ ทำให้ถ่าย Auto panorama ได้ ง่ายต่อมือใหม่มากๆ หรือ iPhone เอง สามารถทำการล็อก Auto Focus และ Auto Exposure ได้ ทำให้ได้ภาพที่มีแสงสมดุลตลอดทั้งภาพ เป็นต้น แต่สำหรับสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ ขอแค่ฝึกฝน ถ่ายเยอะๆ ให้คุ้นชินกับคุณสมบัติและข้อจำกัดของมัน เราก็สามารถสร้างสรรภาพพาโนรามาแนวตั้งได้หลากหลายแล้ว เช่น รูปด้านบน เป็น Super Tree Groove แนวเงาร่าง (Silhouette) โดยผมเลือกถ่ายจากท้องฟ้าลงมาพื้นดิน เมื่อกล้องของ Samsung Galaxy Note 4 ปรับชดเชยแสงให้ท้องฟ้าครึ้มๆ แล้ว พอลากลงมาเรื่อยๆ โดยไม่ปล่อยโอกาสให้กล้องปรับ Auto Exposure มันก็จะได้ภาพแนวนี้ แม้จะถ่ายภาพตอนเที่ยงก็ตาม

มุมมองใหม่ๆ จากพาโนรามาแนวตั้ง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ถ่ายภาพได้เต็มๆ มากขึ้นนะครับ ลองจินตนาการการถ่ายภาพภายในโบสถ์หรือวิหารใหญ่ๆ ดูนะครับ เช่น รูปด้านล่างที่ผมไป La Sagrada Família ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา เนื่องจากเพดานสูงมาก แต่สวยมาก การถ่ายภาพแบบปกติมันเก็บภาพไม่ได้หมด ดังนั้นหากถ่ายพาโนรามาแนวตั้ง ก็จะเก็บภาพได้ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน แต่หากเราพยายามอีกนิดนึง เพราะพาโนรามาของกล้องส่วนใหญ่จะเก็บภาพได้ 180 องศาเป็นอย่างน้อย ฉะนั้น เราก็ย่อมจะสามารถเก็บภาพตั้งแต่พื้นฝั่งนึง ไปถึงเพดาน แล้วโค้งกลับลงมาที่พื้นอีกฝั่งนึงได้ ซึ่งแบบนี้ มันก็จะทำให้เราได้ภาพอีกมุมมองนึงครับ (ป.ล. กล้องของ Samsung Galaxy Note 4 สามารถเก็บภาพได้ 360 องศาเลย แต่เหมาะกับการถ่ายพาโนรามาแนวนอนมากกว่า ผมว่าแนวตั้งแค่ 180 องศาก็พอแล้ว)

 

ความเห็นของผม เกี่ยวกับความเหมาะสมในการถ่ายภาพพาโนรามาแนวตั้ง ผมสนับสนุนให้ลองหยิบสมาร์ทโฟนของคุณ ไม่ว่าจะรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร มาลองถ่ายภาพพาโนรามาแนวตั้งดูนะครับ เผื่อจะได้ภาพในมุมมองใหม่ๆ หรือสามารถถ่ายภาพได้เต็มๆ กว่าเดิม จากเดิมที่รายละเอียดตรงนั้นตรงนี้ขาดหายไป แต่ผมก็ไม่แนะนำให้ถ่ายซะทุกภาพเป็นพาโนรามาแนวตั้งนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าภาพพาโนรามาแนวตั้ง เราควรจะใช้เมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อยู่ระยะประชิดกับสิ่งที่เราจะถ่ายมาก แล้วสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้ถอยห่างออกจากสิ่งที่เราจะถ่าย หรือ เราต้องการถ่ายภาพบุคคลคู่กับวัตถุที่ใหญ่มากๆ ซึ่งหากเราถอยห่างออกไป ตัวบุคคลก็จะดูเล็กมาก ขาดรายละเอียด หากต้องการถ่ายภาพพาโนรามาแบบ 180 องศา แนะนำว่าควรจะให้เป็นภาพแบบเดียวกับ Super Tree Groove ที่ผมถ่ายมา คือ เป็นสิ่งก่อสร้างสูงๆ ที่ตระหง่านไปบนฟ้า โดยมีทั้งสองฟากเวลาถ่าย 180 องศา ซึ่งเมื่อถ่ายเสร็จแล้ว เราจะเห็นยอดของสิ่งก่อสร้างนั้นอยู่บริเวณกลางๆ ของภาพพาโนรามาที่ถ่ายครับ เอาล่ะ! จะรอเช้าอยู่ไย ไปหยิบสมาร์ทโฟนของท่าน แล้วออกไปชักภาพกันดีกว่าครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.kafaak.com